อาชีพพนักงานออฟฟิศ หรืออาชีพต่างๆที่เกี่ยวกับการใช้คอมพิวเตอร์เป็นเวลานาน เช่น พนักงานออฟฟิศ พนักงานธนาคาร โปรแกรมเมอร์ เกมส์เมอร์ ฯลฯ มักจะต้องนั่งทำงานหน้าคอมพิวเตอร์นานๆ ไม่ค่อยได้ขยับร่างกายหรือลุกออกไปที่ไหน ดังนั้นอาจทำให้เกิดปัญหาสุขภาพต่างๆ ตามมาอีกมากมาย
ลองดูว่าภัยพิบัติโรคสำหรับพนักงานออฟฟิศมีอะไรบ้าง
- อาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ
- Computer Vision Syndrome หรือโรคตา CVS
- ออฟฟิศซินโดรม
1. อาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ
การทำงานหน้าคอมพิวเตอร์นานๆ ทำให้ปวดเมื่อยที่หลัง คอ บ่า และก้นกบ ซึ่งส่วนใหญ่มักเกิดจากการเกร็งกล้ามเนื้อเวลานั่งทำงาน และท่านั่งของแต่ละคน
การแก้ไขเมื่อมีอาการ
- ให้ลองปรับท่านั่งให้สบายขึ้น ปรับความสูงต่ำของเก้าอี้ ให้ตัวเรานั่งพอดีกับหน้าจอคอมพิวเตอร์ในระดับสายตา
- ไม่ต้องก้มหรือเกร็งไหล่เวลาพิมพ์งาน และอาจหาหมอนหรือเบาะรองนั่งมารองบริเวณหลังและก้นกบด้วยก็ได้
- ผ่อนคลายด้วยการลุกเดินสักเล็กน้อย
2. Computer Vision Syndrome หรือโรคตา CVS
Computer Vision Syndrome หรือ โรคซีวีเอส (CVS) คือ อาการของคนที่ทำงานอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์ติดต่อกันเป็นเวลานาน เช่น จ้องจอคอมพิวเตอร์เกินสองถึงสามชั่วโมง ส่งผลให้มีอาการปวดตา แสบตา ตามัว และบางครั้งจะมีอาการปวดหัวร่วมด้วย
อาการของ Computer Vision Syndrome
- ตาเมื่อยล้า
- ตาแห้ง มีอาการแสบตา
- ตาสู้แสงไม่ได้
- ตาพร่ามัว
- ปวดศรีษะ
การแก้ไขเมื่อมีอาการ
- มองออกไปที่อื่นบ้าง มองด้านนอก มองไกลๆ ไม่จ้องคอมนานเกิน 20-30 นาที
- หยุดพักสายตา 2-4 นาที แล้วค่อยลืมตาขึ้นมาใหม่ หรือจะพักสายตานานกว่านั้น
- กรณีตาแห้ง ให้ใช้น้ำตาเทียมหยอดตา จะช่วยบรรเทาอาการปวดตาและแสบตาได้
- ปรับแสงจอคอมพิวเตอร์ไม่ให้สว่างมากเกินไป
- ควรนั่งให้มีระยะห่างจากจอคอมพิวเตอร์ประมาณ 40-50 ซม.
- ใส่แว่นตากรองแสงคอมพิวเตอร์ ช่วยลดอาการแสงเข้าตา
3. ออฟฟิศซินโดรม Office Syndrome
ออฟฟิศซินโดรมมักพบในพนักงานออฟฟิศที่ใช้เวลาอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์หลายชั่วโมง อาการปวดอาจเกิดจากท่าทางที่ไม่ดี การนั่งเป็นเวลานาน และการนั่งในท่าที่ไม่เหมาะสม เมื่อเวลาผ่านไป กล้ามเนื้อจะหดตัวและส่งผลให้กล้ามเนื้อตึงและปวด โดยมีสาเหตุต่างๆดังนี้
- การนั่งเป็นท่าเดิมเวลานาน
- ท่าทางที่ไม่ดีและการนั่งในท่าที่ไม่เหมาะสม
- ความสูงของโต๊ะหรือตำแหน่งคอมพิวเตอร์ไม่เหมาะสมกับท่านั่ง
อาการของ Office Syndrome
อาการออฟฟิศซินโดรมมักจะเริ่มค่อยๆ หากไม่ได้รับการรักษา อาการอาจรุนแรงขึ้นเมื่อเวลาผ่านไป อาการที่พบบ่อยที่สุด คือ
- ปวดหัว
- ปวดคอ หัวไหล่ และหลัง
- อาการชาหรือเหน็บชาที่เท้า แขน ข้อมือ หรือมือ
- ปวดตา
การแก้ไขเมื่อมีอาการหรือการป้องกัน
ออฟฟิศซินโดรมมักป้องกันได้ด้วยการเปลี่ยนพฤติกรรม ปรับปรุงสภาพการทำงาน และเริ่มโปรแกรมการออกกำลังกาย วิธีการอื่นๆ ที่มีเพื่อป้องกันไม่ให้ออฟฟิศซินโดรมส่งผลกระทบต่อเรา
- ออกกำลังกายสม่ำเสมอ
- ยืดกล้ามเนื้อในระหว่างวันเพื่อช่วยรักษาความยืดหยุ่น เช่น เดินไปเดินมา เดินผ่อนคลาย
- นั่งอย่างถูกต้อง ไม่นั่งท่าเดิมเป็นเวลานาน
- พักสายตา
- สร้างสภาพแวดล้อมในการทำงานที่เหมาะสม เช่น ความสูงของโต๊ะคอม เก้าอี้นั่งเป็นต้น
การรักษา
หากอาการไม่รุนแรง ทางออกที่ดีที่สุดคือเริ่มโปรแกรมการออกกำลังกายและปรับสภาพการทำงานและพฤติกรรม หากอาการปวดรุนแรงขึ้น ควรไปพบแพทย์ที่โรงพยาบาล เนื่องจากอาจจะต้องรักษาเพิ่มเติม เช่น การใช้ยา การฝังเข็ม การฟื้นฟูสมรรถภาพและการกายภาพบำบัด วิธีการฟื้นฟูและกายภาพบำบัด เป็นต้น



ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น