ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

ขับรถมอเตอร์ไซค์ทางไกลครั้งแรก อุบลราชธานี ไปสู่ภาคใต้ (ตอนที่ 1)

 บทความนี้เป็นบันทึกในความทรงจำ เมื่อเพื่อนชวนขับรถมอไซค์ไปเที่ยวที่ป่าต้นน้ำ บ้านน้ำราด อำเภอคีรีรัฐนิคม จังหวัดสุราษฎร์ธานี เมื่อวันที่ 26 - 30 กรกฎาคม 2566 ที่ผ่านมา

26 กรกฎาคม 2566

โดยการเดินทางจาก อุบลราชธานี - กรุงเทพมหานคร เดินทางกันเพียงสองคนโดยใช้รถมอเตอร์ไซค์คลาส 300 คือ Yamaha X-Max Connected 2023 และ Forza 350 ออกเดินทางเมื่อเวลา 04.00 น. 

การเติมน้ำมันครั้งแรก 380 บาท สำหรับ Yamaha X-Max300 ที่จังหวัดอุบลราชธานี

การเดินทางไกลที่เป็นครั้งแรกทำให้ไม่รู้ว่าต้องเตรียมอะไร ต้องใส่ชุดยังไงขับรถ โดยส่วนตัวชอบความเย็นสบาย ชุดหลวมๆ เพื่อให้ลมเข้าปะทะตัว จะได้เย็นสบาย ส่วนตัวคิดแบบนั้นจริงๆ จึงใส่เสื้อแขนยาวหลวมๆ และหมวกกันน็อคหลวมๆ ราคาหลักร้อยขับไปภาคใต้เพราะคิดว่าเป็นคนที่แข็งแรง เอ่อ ก็คิดว่าแข็งแรงนั่นแหล่ะครับ ออกไปทางอ้วนสักเล็กน้อย


ในการเดินทางด้วยมอเตอร์ไซค์ครั้งแรกจะมีความตื่นเต้น ขับรถออกจากอุบลราชธานีท่ามกลางฝนปรอยๆ โดยใช้ความเร็วที่ 80 - 90 กิโลเมตรต่อชั่วโมง จนถึงแยก อำเภอกันทรลักษณ์ จังหวัดศรีสะเกษ เดินทางมาร่วม 50 กิโลเมตร ท้องฟ้าที่ปรากฏดาวเต็มท้องฟ้า เพราะยังไม่เช้า จึงได้ถอดชุดกันฝนออกและขับรถต่อไป จนถึงอำเภอขุขันธ์ จังหวัดศรีสะเกษ ฟ้าเริ่มสว่างเพราะเริ่มเช้ากับเมฆฝนที่ก้อนใหญ่มหึมา ยังไงก็ตกแน่นอน จึงจอดใส่ชุดกันฝนอีกรอบ และขับรถมอเตอร์ฝ่าฝนที่ตกหนักก้อนใหญ่ไปจนถึงอำเภอปราสาท จังหวัดสุรินทร์ ฝนก็เริ่มซา พวกเราจึงได้จอดรถที่ปั้ม ปตท. เพื่อทานข้าว ทานกาแฟกัน ในการจอดรถจุดแรกก็คิดว่ามันไม่ได้เหนื่อย มันขับรถไปได้เรื่อยๆ มันไปได้อย่างสบาย เราถอดชุดกันฝนออกแล้ว ทานข้าวเสร็จแล้ว ได้เวลาเดินทางต่อไปจนถึงอำเภอประโคนชัย พวกเราใช้เส้นทางลัดไปทางอำเภอละหานทราย เป็นจุดที่สองที่ต้องเติมน้ำมัน 

การเติมน้ำมันครั้งที่ 2 อำเภอละหานทราย จังหวัดบุรีรัมย์ จำนวน 360 บาท

ต่อไปเป็นอำเภอโนนดินแดงแล้วลงเขาช่องตะโกไปทางอำเภออรัญประเทศ เหตุผลที่เลือกเส้นทางนี้คือ ถนนสี่เลนทางหลวงหมายเลข 348 ตั้งแต่อำเภอโคกสูง จังหวัดสระแก้ว ไปจนถึงกรุงเทพ 

หลังจากที่ลงเขาช่องตะโกมา เป็นเวลาเกือบ 6 ชั่วโมงที่บิดมอเตอร์ไซค์มาจนถึงจังหวัดสระแก้ว ชุดหลวมที่ต้องการใส่สบายๆก็เริ่มส่งผลเสีย หมวกกันน็อคที่หลวมๆก็เริ่มส่งผลเสียเช่นกัน ลมแรงเมื่อขับตามรถบรรทุกวนกระแทกเข้าที่ข้างตัว เสื้อพองยังกับอึ่งอ่างดึงตัวเองแทบลอยออกจากรถ ลมเข้าหมวกกันน็อคตีขึ้นลงจนปวดหัว จึงจอดแวะที่ปั้มน้ำมัน ปตท. อรัญญประเทศ จังหวัดสระแก้ว บอกเลยว่า ไม่ไหวแล้วครับ ชุดที่คิดว่าจะสบายมันไม่สบาย แดดร้อนเปรี้ยงๆ จึงได้ทดลองตัดสินใจถอดเสื้อกันแดดออก วิ่งจากอรัญประเทศไปถึงจังหวัดสระแก้ว มันแม่เจ้ามาก แดดที่ร้อนๆ ปะทะกับผิวที่ไม่ใส่เสื้อจนต้องยอมจอดใส่เสื้ออีกครั้งและขับรถมอเตอร์ไซค์ไปด้วยความทรมาน

ขับมาเรื่อยๆจนถึง แยกบ้านโพธิ์ จังหวัดฉะเชิงเทราเป็น

การเติมน้ำมันครั้งที่ 3 ที่ ปทต. ทางไปลาดกระบัง ทางหลวงชนบทหมายเลข 3001 จำนวน 300 บาท

และเป็นการพักทานข้าวมื้อบ่ายในวันนี้ แล้วก็ลากตัวเองไปต่อจนถึงแม่น้ำเจ้าพระยา ที่ท่าเรือปู่เจ้าสมิงพราย ขับรถลงไปจอดในแพพร้อมจ่ายเงินคันละ 10 บาท รอไม่นานเลยแพออกพาข้ามไปอีกฝั่ง จากนั้นพวกเราก็พากันขับรถไปยังจุดนัดพบเพื่อนอีกคนที่ ปทต. ขาออกพระราม 2 ในเวลาบ่าย 4 โมงกว่าๆ ผมกับเพื่อนเดินทางมาจากจังหวัดอุบลราชธานี ใช้เวลาเดินทาง 12 ชั่วโมงแล้ว

การเดินทางรอบต่อไปจึงเริ่มขึ้น ขับรถล่องผ่านสมุทรสาคร สมุทรสงคราม เข้าสู่สายใต้ เพชรเกษมได้สักที การขับในเส้นนี้ความเร็วเพิ่มขึ้น เป็น 110 - 120 เพราะความสดกว่าของเพื่อนคนที่เข้าร่วมทริป (เราขับมา 12 ชั่วโมงกว่าๆแล้ว เริ่มไม่มีแรงบิดรถ) 

และแล้วก็หมดพลังจริงๆที่ อำเภอหัวหิน ผมได้แจ้งกับเพื่อนร่วมทางว่า ไม่ไหวแล้ว ขอพักก่อนได้ไหม เหนื่อยมาก สภาพก็ตามรูปครับ

จากนั้นพวกเราจึงได้ขับรถตัดจากถนนเพชรเกษม(เลี่ยงเมืองชะอำ - ปราณบุรี) เข้าหัวหินเพื่อหาที่พักราคาไม่แพงมาก ก็ขับวนอยู่นานได้ที่พักเกือบเข้าเมืองหัวหินครับ

เมื่อเข้าที่พักแล้ว กองทัพต้องเดินด้วยท้อง เพื่อนเลี้ยงบุฟเฟ่ปิ้ง 395 บาท แต่จำไม่ได้ว่าร้านไหน เพราะขับตามอย่างเดียวไม่ได้จับ GPS และได้ถือกล้อง Olympus EM 10 ไปด้วย และเป็นข่าวร้าย ระบบโฟกัสเลนส์กล้องไม่ทำงาน เป็นเรื่องที่เศร้ากับกล้องมิลเลอร์เรสคู่บุญที่ใช้มานาน คิดว่าน่าจะเจอแรงสั่นสะเทือนใต้เบาะรถ Yamaha X-Max จนทำให้มอเตอร์หมุนระบบโฟกัสพัง


หลังจากที่อิ่มกันเรียบร้อยแล้วกลับที่พัก เป็นเวลา 21.00 นาฬิกา อาบน้ำเสร็จ ทิ้งตัวลงที่นอน เป็นอันหลับสนิทตลอดคืน

ขอจบตอนที่ 1 วันแรกไว้ก่อนครับ เดี๋ยวจะมาเล่าต่อวันที่ 2 ในการเดินทาง ขอบคุณที่ติดตามอ่านครับ








ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ราคาน้ำมันวันที่ 14 กันยายน 2566 ประกาศขึ้นลิตรล่ะ 40 สตางค์ในกลุ่มเบนซิน ยกเว้น E85 สรุปดังนี้

   บันทึกราคาน้ำมัน ราคาน้ำมันวันที่ 14 กันยายน 2566 ประกาศขึ้นลิตรล่ะ 30 สตางค์ในกลุ่มเบนซิน ยกเว้น E85 สรุปดังนี้ 

ราคาน้ำมันวันที่ 15 กันยายน 2566 ประกาศขึ้นลิตรล่ะ 40 สตางค์ในกลุ่มเบนซิน รายวันเลยทีเดียว

    บันทึกราคาน้ำมัน ราคาน้ำมันวันที่ 15 กันยายน 2566 ประกาศขึ้นลิตรล่ะ 30 สตางค์ในกลุ่มเบนซิน ยกเว้น E85 สรุปดังนี้ 

ราคาน้ำมัน วันที่ 29 สิงหาคม 2566

 บันทึกราคาน้ำมัน ราคาน้ำมันวันที่ 28 สิงหาคม 2566 ประกาศขึ้นลิตรล่ะ 50 สตางค์ สรุปดังนี้