ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

ขับรถมอเตอร์ไซค์ทางไกลครั้งแรก อุบลราชธานี ไปสู่ภาคใต้ (ตอนที่ 2) หัวหิน - สู่ภูเก็ต

ขับรถมอเตอร์ไซค์ทางไกลครั้งแรก อุบลราชธานี ไปสู่ภาคใต้ (ตอนที่ 2) หัวหิน - สู่ภูเก็ต

 27 กรกฎาคม 2566

หลังจากที่ได้พักผ่อนเต็มอิ่มมา 1 คืน เปิดระบบโรงสี (นอนกรน) ใส่กันนัวเนีย เรียกได้ว่าใครหลับก่อนได้เปรียบ เช้านี้เริ่มเดินทางออกจากที่พักเวลา 6.00 น. เพื่อเดินทางไป อุทยานราชภักดิ์ วิ่งผ่านเมืองหัวหินลงไป แต่เมื่อไปถึงปรากฏว่าอุทยานราชภักดิ์ยังไม่เปิดให้เข้าชม เพราะว่าเช้าเกินไป พวกเราจึงเดินทางต่อไปสู่ อำเภอปราณบุรี จังหวัดรประจวบคีรีขันธ์

การเติมน้ำมันครั้งที่ 4 อำเภอปราณบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ทั้งสิ้น 360 บาท

จากนั้นก็เดินทางไปเรื่อยๆจนถึงเมืองประจวบคีรีขันธ์ ก็แวะถ่ายภาพสักนิดครับ ภาพที่ถ่ายก็ใช้เพียงแค่กล้องโทรศัพท์มือถือธรรมดาๆ

พวกเราได้ขับออกจาก อำเภอปราณบุรี เวลา 7.40 น. มาจนถึง อำเภอบางสะพาน ใช้เวลา 1.30 ชั่วโมง เป็นระยะทาง 140 กิโลเมตร ได้จอดพักดื่มน้ำ เข้าห้องน้ำแล้วไปต่อ 










ขับมาเรื่อยๆจนถึงเขตจังหวัดชุมพร และจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ยาวจริงๆ กว่าจะหลุดจากตัวจังหวัดได้ใช้เวลาหลายชั่วโมง 😃











ก็คงต้องยอมรับว่าถนนเพชรเกษม หรือ หมายเลข 4 สายใต้ ตั้งแต่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ไปจนสุด ชุมพร ถนนเขาดีจริง รถทำความเร็วค่อนข้างดี วิ่งได้ไว เพื่อนผมพาวิ่งด้วยความเร็ว 120 -130 ตลอดทาง และแน่นอนว่า หมวกกันน็อคและเสื้อแขนยาวเปรียบเสมือนเจ้ากรรมนายเวร เริ่มส่งผลอีกแล้ว ท้ายสุดขับไป ปวดหัวไปตลอดทาง พวกเราขับรถมาได้ครึ่งวัน ถึง อำเภอหลังสวน จังหวัดชุมพร เวลา 11.30 น. จึงได้พากันพักทานข้าว โดยพวกเราขับรถมอเตอร์มากันแล้ว 5 ชั่วโมง ระยะทางประมาณ 350 กิโลเมตร

การเติมน้ำมันครั้งที่ 5 อำเภอหลังสวน จังหวัดชุมพร ทั้งสิ้น 350 บาท

ถือว่าเป็นข่าวเกือบร้าย เมื่อสร้อยคอที่เป็นยาง แขวนพระไปด้วยขาดลงกลางทางและไม่รู้ว่าขาดลงตรงไหน ผมแขวนพระไปด้วยเพื่อเป็นสิริมงคลในการเดินทาง ในระหว่างที่ใจเสียและเดินหาพระที่ขาดอยู่นั้น สักพักนึง

ท่านหล่นลงมาจากเสื้อผมเอง ถือเป็นบุญของผมที่พระท่านยังคงคุ้มครองตลอดการเดินทาง ในสภาวะทางจิตใจตอนนั้นมันหดหู่จริงๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องหมวกกันน็อค ที่ลมเข้าและตีหัวตลอด เรื่องเสื้อที่พองลมเวลาขับ และตอนนั้นผมเองก็เริ่มที่จะใจออกอีกแล้วในเรื่องของหมวกกันน็อคที่มันตีหัวตลอดจนปวดหัว จึงเริ่มบอกให้เพื่อนร่วมทางเดินทางก่อนเลย เดี๋ยวจะขอขับตามไปเรื่อยๆ เพราะขับเร็วเกินไป มันไม่ไหวจริงๆ






จากนั้นพวกเราก็เริ่มเดินทางแบบกระจายกันเล็กน้อย แต่ก็ตามๆกันไปจนเข้าเขตจังหวัดสุราษฎร์ธานี ในเวลา 13.00 น.


ในช่วงของการเดินทางในจังหวัดสุราษฎร์ธานี ก็มีอะไรสนุกๆนิดหน่อย วัยรุ่น เวฟ 125 ขับเทียบท้าแข่ง พวกเรา 3 คันก็เล่นด้วย ความเร็วเขาสู้ไม่ได้ แต่ความเก๋าและฝีมือเขาได้เปรียบ และถ้าจำไม่ผิดไล่บี้กันตั้งแต่ อำเภอไชยา ไปจนเกือบถึงแยกท่าช้าง พวกเราได้เลี้ยวเข้าถนนหมายเลข 401 มุ่งสู่จังหวัดภูเก็ต
แอบมองในแผนที่ เหมือนสุราษฎร์ธานีไม่ไกลจากภูเก็ตสักเท่าไหร่ พอดูป้าย ฮึ่มมมมม 250 กิโลเมตร


แต่ก็โอเค ในช่วงบ่ายสองโมงครึ่ง พวกเราก็ขับรถไปเรื่อยท่ามกลางอากาศที่แสนจะร้อนอบอ้าว แต่วิวข้างทางในเส้นหมายเลข 401 มันช่างสวยเหลือเกิน ยิ่งใกล้เขื่อนรัชประภา ยิ่งสวย พวกเราหายเหนื่อยกันเล็กน้อย เมื่อมองดูเวลาแล้ว ขอไปหาพักดื่มกาแฟที่เขื่อนรัชประภากันหน่อย ไหนๆ ก็ผ่านมาแล้ว






















จากนั้นเมื่อออกจากเขื่อนรัชประภา ที่ถนนหมายเลข 415 พวกเราขับกันตาม GPS ไปจนถึงแยก นาเหนือ อำเภออ่าวลึก จังหวัดกระบี่

การเติมน้ำมันครั้งที่ 6 แยกนาเหนือ อำเภออ่าวลึก จังหวัดกระบี่ ทั้งสิ้น 360 บาท

จากนั้นเลี้ยวขวาสู่ถนนเพชรเกษม หมายเลข 4 อีกครั้ง วิ่งไปเรื่อยจนถึง อำเภอทับปุด จังหวัดพังงา เลี้ยวซ้ายออกจากถนนหมายเลข 4 เข้าสู่จังหวัดพังงา (หมายเลข 4311) ก็ถือว่าเป็นเรื่องที่น่าเสียดาย เมื่อออกจากแยกนาเหนือแล้วในเวลา 17.00 น. ทุกคนก็เริ่มเหนื่อยล้า ตอนนี้เพื่อนเริ่มหายไปแล้ว 1 คัน CB 500 ขอมุ่งไปก่อน เนื่องจากพวกเราชาวอุบลราชธานีเห็นวิวไม่ไหว ต้องจอดถ่ายรูป ตอนนี้เริ่มเหลือ 2 คนเดินทาง
ไม่พูดอะไรมากครับ เมืองพังงา สวยมาก เมืองในหุบเขา แต่ไม่ได้ถ่ายรูปไว้



หลังจากที่เลี้ยวเข้าสู่ถนนเพชรเกษมหมายเลข 4 อีกที่จังหวัดพังงา เพื่อนเอที่มาด้วยกันไม่รอผมล่ะ และผมก็ด้วยข้ออ้างเดิม ปวดหัว หมวกกันน็อคไม่ดี เสื้อพองลม เลยปล่อยให้เพื่อนไปก่อนและผมขับไปคนเดียว ในตอนขับคนเดียวก็แอบคิดๆหวั่นๆเหมือนกัน เพื่อนจะทิ้งไหม ก็ขับรถมาเรื่อยๆ โค้งเยอะเอาการเลยทีเดียว

และแล้วก็มาถึงจุดหมาย คือจังหวัดภูเก็ต เวลา 18.00 น. ใช้เวลาขับรถประมาณ 11 ชั่วโมง ระยะทางราวๆ 650 กิโลเมตร​ ขับรถข้ามสะพานสารสินมาพร้อมกับเพื่อนที่รออยู่ นั่งพักให้เพื่อนที่เดินทางก่อนไปหาโรงแรมในตัวเมือง ก็ถือว่านั่งพักร่วมเกือบชั่วโมง


เกือบทุ่ม นั่งคุยกับเพื่อน จึงถามกันว่าจากสะพานสารสินไปที่พักบนเกาะภูเก็ต มันไม่เล็ก ระยะทางร่วม 30 กว่ากิโลเมตร  รีบขับวิ่งเข้าเมืองอีกชั่วโมงนึงสิครับ ภูเก็ตรถติดมาก ถึงที่พักประมาณ 2 ทุ่ม ก็ไม่ได้ไปไหนครับ วันนี้เหนื่อยกับการเดินทาง กินยาพาราไป 1 เม็ดแล้วก็นอน
ยังไม่จบครับพบกันใหม่ตอนหน้า 🙏🙏🙏🙏🙏 ขอบคุณที่แวะมาอ่านครับ

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ทำงานหน้าคอมพิวเตอร์นานๆ เสี่ยงโรคอะไรบ้าง

 อาชีพพนักงานออฟฟิศ หรืออาชีพต่างๆที่เกี่ยวกับการใช้คอมพิวเตอร์เป็นเวลานาน เช่น พนักงานออฟฟิศ พนักงานธนาคาร โปรแกรมเมอร์ เกมส์เมอร์ ฯลฯ มักจะต้องนั่งทำงานหน้าคอมพิวเตอร์นานๆ ไม่ค่อยได้ขยับร่างกายหรือลุกออกไปที่ไหน ดังนั้นอาจทำให้เกิดปัญหาสุขภาพต่างๆ ตามมาอีกมากมาย ลองดูว่าภัยพิบัติโรคสำหรับพนักงานออฟฟิศมีอะไรบ้าง อาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ Computer Vision Syndrome หรือโรคตา CVS  ออฟฟิศซินโดรม 1. อาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ การทำงานหน้าคอมพิวเตอร์นานๆ ทำให้ปวดเมื่อยที่หลัง คอ บ่า และก้นกบ ซึ่งส่วนใหญ่มักเกิดจากการเกร็งกล้ามเนื้อเวลานั่งทำงาน และท่านั่งของแต่ละคน การแก้ไขเมื่อมีอาการ ให้ลองปรับท่านั่งให้สบายขึ้น ปรับความสูงต่ำของเก้าอี้ ให้ตัวเรานั่งพอดีกับหน้าจอคอมพิวเตอร์ในระดับสายตา  ไม่ต้องก้มหรือเกร็งไหล่เวลาพิมพ์งาน และอาจหาหมอนหรือเบาะรองนั่งมารองบริเวณหลังและก้นกบด้วยก็ได้ ผ่อนคลายด้วยการลุกเดินสักเล็กน้อย 2. Computer Vision Syndrome หรือโรคตา CVS  Computer Vision Syndrome หรือ โรคซีวีเอส (CVS) คือ อาการของคนที่ทำงานอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์ติดต่อกันเป็นเวลานาน เช่...